พระราชดำรัสนี้ ชั่วชีวิตไม่มีวันลืม บันทึกความทรงจำ วินัย พันธุรักษ์ ถึงในหลวงรัชกาลที่ ๙

ตราตรึงไว้ในความทรงจำ ศิลปินรุ่นใหญ่ วินัย พันธุรักษ์ วงดิอิมพอสซิเบิ้ล เล่าความทรงจำที่ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯและรับเสด็จในหลวงรัชกาลที่ ๙ พร้อมเผยพระราชดำรัสที่ไม่มีวันลืม

วินัย พันธุรักษ์ ขณะดำรงตำแหน่งนายกสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

เชื่อว่าความฝันอันสูงสุดของประชาชนชาวไทยทุกคนคือ การที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯและรับเสด็จพระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่รักยิ่ง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ ๙ ซึ่งทุกคนที่มีโอกาสเข้าเฝ้าฯและรับเสด็จต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่านับเป็นบุญที่สุดในชีวิต ขณะที่วินัย พันธุรักษ์ นักร้องและนักดนตรีแห่งดิอิมพอสซิเบิ้ล วงดนตรีชื่อดังยุค 70 ได้เปิดเผยถึงความโชคดีที่ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯและรับเสด็จในหลวงรัชกาลที่ ๙ หลายครั้ง ตั้งแต่เริ่มวงดิอิมพอสซิเบิ้ล จนกระทั่งได้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ถึง 3 ปีซ้อน

วินัย พันธุรักษ์ นักร้องและนักดนตรีแห่งดิอิมพอสซิเบิ้ล

โดยศิลปินอาวุโส วินัย พันธุรักษ์ ได้เล่าถึงวินาทีแห่งความประทับใจที่มาพร้อมกับความตื่นเต้นที่สุดในชีวิตว่า การได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในหลวงรัชกาลที่ ๙ นั้นเกิดขึ้นเมื่อปี 2512 เมื่อวงดนตรีดิอิมพอสซิเบิ้ลชนะเลิศประเภทวงดนตรีอาชีพ ในการประกวดสตริงคอมโบถ้วยพระราชทานฯ ซึ่งในวันนั้นได้รับเหรียญพระราชทานจากพระหัตถ์ของพระองค์ท่าน นอกจากนี้ยังมีรูปถ่ายเก็บไว้อย่างดีเพื่อเป็นสิริมงคลในชีวิต

ทั้งนี้ในปี 2546 ได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในการทูลเกล้าฯถวายเครื่องดนตรี ซึ่งในครั้งนั้นในหลวงรัชกาลที่ ๙ มีพระราชดำรัสกับพวกเราชาวสมาคม นอกจากดูแลศิลปินแล้ว ยังต้องดูแลนักดนตรีด้วย แม้จะเป็นการรับสั่งเพียงสั้นๆ แต่ก็ทำให้จดจำไม่เคยลืม


ข้อมูล : www.siamdara.com