Burberry Womenswear Fall/Winter 2016-17 A Patchwork เมื่อแรงบันดาลใจถูกปะติดปะต่อ

Burberry Womenswear Fall/Winter 2016-17
A Patchwork เมื่อแรงบันดาลใจถูกปะติดปะต่อ

คอลเลคชั่นเสื้อผ้าสำหรับสุภาพสตรีฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว 2016-17 ของ Burberry จัดแสดงกลางสวนเคนซิงตันในลอนดอน ภายใต้ชื่อคอลเลคชั่น “A Patchwork” ชื่อที่ทำให้นึกถึงงานผีมืออันเกิดจากการนำชิ้นส่วนผ้าหลากหลายสีและลวดลายมาปะติดปะต่อกัน จนเกิดเป็นชิ้นงานศิลปะอันมีเอกลักษณ์และสวยงาม แต่ A Patchwork ในความหมายของ Burberry นั้นหมายถึงการปะติดปะต่อของแรงบันดาลใจอันหลากหลาย ทั้งดนตรี ศิลปะ และประวัติศาสตร์ของอังกฤษ

Burberry

Burberry

Burberry
โชว์ในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากแขกผู้มีเกียรติกว่า 1,000 คน โดยเฉพาะเซเลบริตี้ระดับแถวหน้าของโลก ไม่ว่าจะเป็นเหล่านางแบบนายแบบแคมเปญโฆษณาของ Burberry อย่าง Naomi Campbell, Rosie Huntington-Whiteley, Suki Waterhouse, Bella Yentob, Amber Anderson และ Josh Whitehouse รวมไปถึงนักร้องและนักแสดงชื่อดังอย่าง Ellie Goulding, Na Ying, Tom Odell, Gary Powell, Nicholas Hoult, Clémence Poésy, Alexa Chung, Lily Donaldson  และช่างภาพชื่อดังระดับโลก Mario Testino

Burberry
เสื้อผ้าในคอลเลคชั่น A Patchwork แสดงให้เห็นถึงแรงบันดาลใจจากดนตรี ศิลปะและประวัติศาสตร์ของอังกฤษ ซึ่งถูกถ่ายทอดสู่เสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยการผสมผสานแพทเทิร์นและเท็กซ์เจอร์อันหลากหลายไว้ด้วยกัน ชุดกระโปรงสั้นผ้าแจ็คการ์ดทอลายเรขาคณิตแวววาวในสไตล์ยุค ’70s เช่นเดียวกับการใช้ผ้าแจ็คการ์ดทอลายดอกไม้สีสดและมันวาว ผ้าลาเม่ ผ้าเลื่อมปักลายดอกไม้ซึ่งใช้เทคนิคทั้งงานปักและงานแพตช์เวิร์ค ในโทนสีอิเล็กทริกคัลเลอร์ ทั้งน้ำเงินแซฟไฟร์ สีแดงพาเหรด สีเขียวมิลิทารี่ เหลืองมัสตาร์ด นอกจากนี้ยังมีชุดกระโปรงพลีตหนังงูซึ่งใช้กระบวนการการผลิตพิเศษผ่านการเคลือบเงาเพื่อให้เกิดความมันวาวสูงสุด หรือผ้าจอร์เจ็ตพิมพ์ลายหนังงู ผ้าไหมทอลาย fil coupé โดยนอกจากกระโปรงพลีทจับจีบที่ใช้ผ้าสองหน้าแล้ว ยังใช้เทคนิคการกุ๊นขอบ การเดินเส้นสายเพื่อสร้างลวดลายสไตล์กราฟิกให้กับเสื้อผ้าอีกด้วย

Burberry
ความโดดเด่นของคอลเลคชั่นนี้นอกจากลวดลายอันเกิดจากแพทเทิร์นและเท็กซ์เจอร์ของผ้าอันหลากหลายที่นำมาผสมผสานกันไว้อย่างลงตัวในโทนสีสดแวววาวแล้ว เอาต์เตอร์แวร์ยังเป็นไอเท็มหลักสำหรับคอลเลคชั่นฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว 2016-17 นี้อีกด้วย ทั้งมิลิทารี่โค้ตผ้าแคชเมียร์ แจ็กเก็ตที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสไตล์มิลิทารี่ ดัฟเฟิลโค้ต ฟีลด์แจ็คเก็ต ฟัฟเฟอร์แจ็คเก็ตผสมผ้าขนสัตว์ โค้ตหนังงู และเทรนช์โค้ตเอกลักษณ์ของ Burberry โดดเด่นด้วยลวดลายตารางอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ในโทนสีสำหรับหน้าหนาวที่ดูแปลกตาออกไปในคอลเลคชั่นนี้

Burberry
นอกจากนี้ในคอลเลคชั่นนี้ยังได้นำเสนอไอเท็มชิ้นใหม่อย่างคอลเลคชั่นกระเป๋า “The Patchwork”  โดยได้แรงบันดาลใจจากเข็มขัดเทรนช์โค้ตของ Burberry  เอง กระเป๋า The Patchwork ถือเป็นกระเป๋า One-Of-A-Kind ซึ่งแต่ละใบได้รับการออกแบบและตั้งชื่อเป็นรายใบ ไม่เหมือนและไม่ซ้ำกันด้วยการใช้สีสัน เท็กซ์เจอร์ หนัง วัสดุ และการประดับตกแต่งที่แตกต่างน ซึ่งสามารถสะพายได้หลากหลายแบบทั้งสะพายข้าง ครอสบอดี้ หรือจะใช้เป็นกระเป๋าคลัตช์ก็ยังได้ ร้านที่เอ็มโพเรี่ยมมีจำหน่ายแล้วนะครับ เห็นกับตาแล้ว สวยดี อีกทั้ง Burberry ยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถใช้บริการสั่งทำพิเศษเพื่อเอกลักษณ์เฉพาะตน ผ่านทางบริการ Runway Made To Order ของ Burberry  ได้อีกด้วย แต่สำหรับผมขอไปดูที่ร้านดีกว่า

Burberry
และก่อนที่จะมีการเปิดตัวคอลเลคชั่นนี้อย่างเป็นทางการ คริสโตเฟอร์ เบลีย์ (Christopher Bailey) Chief Creative Officer และ CEO ของแบรนด์ Burberry ได้เชื้อเชิญแขกเหรื่อทั้งหลายไปยังแฟล็กชิพสโตร์ ณ เลขที่ 121 ถนน Regent Street เพื่อรับชมคอลเลคชั่นนี้ก่อนใคร พร้อมเปิดโอกาสให้มีการสั่งจองล่วงหน้า รวมไปถึงบริการสั่งทำพิเศษเพื่อเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้ก่อนที่จะเห็นบนรันเวย์อีกด้วย ตอบสนองกับกระแสแฟชั่น See Now, Buy Now ที่กำลังเป็นที่พูดถึงในขณะนี้ที่วงการแฟชั่นกำลังจะปรับเปลี่ยนวิธีการวางขายคอลเลคชั่นให้เร็วขึ้นหลังจากโชว์เสร็จสิ้น เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์สมัยใหม่กับโลกดิจิตัลอันรุดหน้า ซึ่ง Burberry เองก็เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ขานรับกระแสนี้ด้วยบริการ Runway Made To Order Service โดยเปิดโอกาสให้สั่งจองล่วงหน้าเพื่อจะได้สวมใส่ก่อนที่คอลเลคชั่นนั้นจะวางขายในร้านเสียอีก รวมไปถึงบริการสั่งทำพิเศษเพื่อเอกลักษณ์เฉพาะตนอีกด้วย ซึ่งหลังจากจบโชว์  Burberry จะนำเสื้อผ้าในคอลเลคชั่นล่าสุดนี้แสดงบนดิสเพลย์ด้านหน้าแฟล็กชิพสโตร์ที่ Regent Street ก่อนจะส่งต่อไปยังร้าน  Burberry ที่ Rue du Faubourg Saint-Honoré ปารีส ประเทศฝรั่งเศส ต่อไป

สำหรับสุภาพบุรุษ  Burberry ไม่ต่องขมวดคิ้วนะครับ เพราะผมมีเรื่องเล่าของคอลฯฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว 2016-17 มาอัพเดทแบบเจาะลึกเหมือนกัน
เอาเป็นว่าเจอกันครั้งหน้าครับ
ร้าน Burberry ชั้นเอ็ม สยามพารากอน และชั้นจี ดิเอ็มโพเรี่ยมช้อปปิ้งคอมเพล็กซ์
เรื่อง : Apiwat_praewnista

 

ติดตามอัพเดตเรื่องราวต่างๆจากนิตยสารแพรวให้สนุกยิ่งขึ้นได้ที่

www.facebook.com/praewmagazine

Instagram : @praewmag

และติดตามอ่าน แพรว E-Magazine ได้แล้ววันนี้เพียงดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น

  • Praew E-magazine
  • NaiinPann
  • Ookbee

Comments