ตามรอย “ต้นไม้ทรงปลูก” กว่า 7 ทศวรรษสัญลักษณ์แห่งการทรงงานหนักของพ่อหลวงรัชกาลที่ 9

“…ควรจะปลูกต้นไม้ในใจคนเสียก่อน แล้วคนเหล่านั้นก็จะพากันปลูกต้นไม้ลงบนแผ่นดินและรักษาต้นไม้ด้วยตนเอง…” พระราชดำรัสตอนหนึ่ง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ หน่วยงานพัฒนาต้นน้ำทุ่งจ๊อ ในปี พ.ศ. 2519

ทุกครั้งที่เสด็จพระราชดำเนินไปยังพื้นที่ใดก็ตาม พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จะทรงปลูกต้นไม้ไว้ทุกครั้ง ซึ่งรู้จักกันในนาม “ต้นไม้ทรงปลูก” ถือเป็นสัญลักษณ์ทางใจให้ประชาชนได้รำลึกใน พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน

ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ที่ทรงมีต่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่าทั่วทุกพื้นที่บนผืนแผ่นดินไทย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดย สถาบันไทยคดีศึกษา จึงได้รวบรวมภาพถ่ายต้นไม้ทรงปลูกของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในช่วงตลอดระยะเวลา 70 ปี แห่งการครองราชย์ เพื่อเป็นเสมือนพระบรมราชานุสาวรีย์แห่งการทรงงาน ตลอดจนเป็นแบบอย่างให้คนไทยได้ตระหนักและรับรู้ในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ ซึ่งเป็นต้นธารแห่งความอุดมสมบูรณ์ทั้งปวง

7

ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราชย์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการทรัพยากรป่าไม้ อันมีความเกี่ยวโยงไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรแหล่งน้ำให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ดังเดิมไว้ให้มากที่สุด จากแนวพระราชดำริของพระองค์ ได้ก่อเกิดโครงการพัฒนาและบำรุงป่าไม้ทั่วประเทศตามมาเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นตัวช่วยป้องกันอุทกภัยต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วมฉับพลัน และการพังทลายของดินอย่างรุนแรง ขณะเดียวกันยังเป็นการถนอมน้ำไว้ใช้บริโภค อุปโภค และหล่อเลี้ยงความชุ่มชื้นในธรรมชาติ ไม่ใช่แค่ความมุ่งมั่นที่จะรักษาผืนป่า และทำนุบำรุงป่าต้นน้ำ ทว่าเมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ห่างไกลคราใด ทั้งสองพระองค์ทรงลงพระหัตถ์ปลูกพรรณไม้ที่เหมาะสมกับการเติบโตในพื้นที่นั้นๆ เสมอมา

8

ภาพและเรื่องราวของต้นไม้ทรงปลูกที่ได้รวบรวมมาไว้ในหนังสือเล่มนี้ ถือว่าครบถ้วนสมบูรณ์ และมีหลายๆต้นที่เชื่อว่าหลายคนไม่ค่อยมีโอกาสได้เห็น และปัจจุบันหลายต้นเติบใหญ่ให้ชาวไทยได้รักและหวงแหนไว้เป็นวัตถุทางใจ ที่เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และประชาชนของพระองค์ อาทิ ต้นไม้ทรงปลูกลำดับแรกๆ เช่น “ต้นสัก” ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จประพาสถ้ำจอมพล จังหวัดราชบุรี และทรงปลูกไว้เป็นที่ระลึก เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2499

ภาพต้นสัก ต้นไม้ทรงปลูกลำดับแรกๆ ณ สวนรุขชาติถ้ำจอมพล จังหวัดราชบุรี
ภาพต้นสัก ต้นไม้ทรงปลูกลำดับแรกๆ ณ สวนรุกขชาติถ้ำจอมพล จังหวัดราชบุรี

ขณะที่ภาคเหนือ พระองค์เสด็จฯไปทรงปลูก “ต้นปีบ” ที่สวนป่าทุ่งเกวียน จังหวัดลำปาง ในคราวเสด็จฯมาพักผ่อนพระราชอิริยาบถเป็นการส่วนพระองค์เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2514

“ต้นปีบ” ที่สวนป่าทุ่งเกวียน จังหวัดลำปาง
“ต้นปีบ” ที่สวนป่าทุ่งเกวียน จังหวัดลำปาง

ภาคตะวันออกเมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมโครงการสวนป่าสมุนไพรเขาหินซ้อนในศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน จังหวัดฉะเชิงเทรา ก็ทรงปลูก “ศรีมหาโพธิ์” ในวันที่ 21 กรกฎาคม 2523

ทรงปลูก “ศรีมหาโพธิ์” ในศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน จังหวัดฉะเชิงเทรา
ทรงปลูก “ศรีมหาโพธิ์” ในศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน จังหวัดฉะเชิงเทรา

ในภาคอีสาน ขณะที่เสด็จฯไปทรงเปิดศาลารวมใจเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ณ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพกุดนาขาม ตำบลเจริญศิลป์ จังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2535 ทั้งสองพระองค์ก็ได้ทรงปลูก “ต้นพิกุล” ไว้เป็นที่ระลึก

“ต้นพิกุล” ณ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพกุดนาขาม ตำบลเจริญศิลป์ จังหวัดสกลนคร
“ต้นพิกุล” ณ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพกุดนาขาม ตำบลเจริญศิลป์ จังหวัดสกลนคร

เช่นเดียวกับสุดเขตชายแดนใต้ของประเทศ พระองค์ท่านก็ทรงปลูก “ต้นพิกุล” ไว้เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2527 เมื่อเสด็จฯไปทรงเยี่ยมศูนย์การศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลกะลุวอเหนือ จังหวัดนราธิวาส เพื่อทอดพระเนตรนิทรรศการกิจกรรมของศูนย์ดังกล่าว

5
“ต้นพิกุล” ณ ศูนย์การศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลกะลุวอเหนือ จังหวัดนราธิวาส

นอกจากนี้สถานศึกษาที่สำคัญของประเทศอย่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็มีต้นไม้ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานและทรงปลูกไว้เป็นที่ระลึก นั่นคือ “ต้นหางนกยูงฝรั่ง” หรือ “ยูงทอง” ต้นไม้สัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่พระองค์ทรงปลูกไว้เมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2506 บริเวณหน้าหอประชุมใหญ่ ซึ่งสีเหลืองแดงของดอกยูงทองถูกใช้เป็นสีประจำมหาวิทยาลัยอีกด้วย

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ฯ รัชกาลที่ 9 ทรงปลูกต้นนกยูงทอง 5 ต้น ด้านหน้าหอประชุม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงปลูกต้นยูงทอง 5 ต้น ด้านหน้าหอประชุม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ฯ รัชกาลที่ 9 ทรงปลูกต้นยูงทอง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงปลูกต้นยูงทอง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

เมื่อเวลาผ่านพ้นตามกาล ต้นไม้ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงปลูก ได้เติบใหญ่ แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา หยั่งรากลึกลงดินอย่างมั่นคง ทั้งยังให้ดอกผลแพร่พันธุ์ออกไป เปรียบเสมือนพระมหากรุณาธิคุณที่แผ่ไพศาลให้พสกนิกรชาวไทยได้ระลึกถึงและดำเนินตามพระราชปณิธานในการดูแลผืนแผ่นดินไทยให้คงอยู่สืบต่อไป