App   |   Subscribe   |   Get a Prize


Never Ending Story  เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์

ถ้าจะมีใครสักคน ที่ ‘ แพรว’ ชวนมาคุยกี่ครั้ง ก็มีเรื่องสนุกมาเล่าให้ฟังแบบไม่รู้จบ แถมยัง ได้รับความสุขกลับมาแบบเต็มพิกัด คนๆ นั้นคือ ‘เบิร์ด-ธงไชย’

ครั้งนี้ ‘แพรว’ กับ ‘เบิร์ด’ กระโดดขึ้นเครื่องบินไปคุยกันถึงญี่ปุ่น แต่ทริปนี้ไม่ได้มีเฉพาะเรา เพราะยังมีคำถามสนุกๆ จากแขกรับเชิญคนสำคัญ อาทิ สรยุทธ สุทัศนะจินดา, ณเดชน์ คูกิมิยะ, ญาญ่า-อุรัสยา, โน้ส-อุดม, โอปอลล์ ฯลฯ ส่งตรงขึ้นเครื่องมาด้วย

กัปตันขอประกาศเป็นครั้งสุดท้าย รัดเข็มขัดให้แน่น เราพร้อมแล้วที่จะออกเดินทางต่อไปยัง ‘เบิร์ดแลนด์’ ซึ่งบางที ดินแดนนี้ อาจมีคำขวัญว่า รอยยิ้มและความสุขก็ได้

คอนนิจิวะ...มาถึงญี่ปุ่น สิ่งที่พี่เบิร์ดไม่เคยพลาดเลยคืออะไรครับ
ไหว้พระกับกินราเมน (ตอบทันที) ถ้ามีเวลาจะขี่จักรยานเที่ยวรอบๆ เมือง อย่างครั้งหนึ่งกลางวันขี่จักรยาน กลางคืนเดินเล่น ไปยืนต่อแถวยาวรอกินซูชิ ราเมนที่ร้านข้างถนน แต่เอาเข้าจริงเบิร์ดไม่ค่อยได้ต่อเองหรอก ให้พี่น้อย (พรพิชิต พัฒนถาบุตร)ยืนเข้าคิว ส่วนเราไปเดินเล่นรอเวลา (หัวเราะ)

เบิร์ดชอบญี่ปุ่น รู้สึกว่า คนไทยกับคนญี่ปุ่นมีความคล้ายกันหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสีผิว วัฒนธรรม มีพระมหากษัตริย์เป็นองค์ศูนย์รวมจิตใจเหมือนกัน คนไทยชอบอาหารญี่ปุ่น ส่วนคนญี่ปุ่นก็ชอบอาหารไทย และในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เราต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์สึนามิ น้ำท่วมใหญ่ และยังเป็นชาติแรกๆ ที่ส่งความช่วยเหลือไปให้กันและกันด้วย

ขณะที่เบิร์ดก็ได้มาทำงานที่ญี่ปุ่นหลายครั้ง จึงค่อนข้างผูกพัน และเห็นความน่ารักของคนที่นี่ อย่างครั้งหนึ่ง พยายามบอกคนที่ร้านอาหาร ซึ่งเป็นรุ่นคุณปู่ว่า อยากกินสลัด แม้เขาไม่เข้าใจภาษาอังกฤษ แต่พยายามช่วยเต็มที่ เบิร์ดจึงชี้นิ้วไปที่ต้นไผ่ที่อยู่นอกร้าน เขาตอบว่า “ไฮ้” หลังจากนั้นเข้าไปในครัวแล้วยกสลัดออกมาจริงๆ

เข้าเรื่องกิน โอปอลล์ แขกพิเศษคนแรก ฝากถามว่า “คำถามของปอลล์ออกแนวโง่ๆ แต่อยากรู้จริงๆ เวลาปอลล์อยู่นอกบ้านแล้วไม่รู้จะกินอะไร จะสั่งผัดกะเพราทันที แล้วพี่เบิร์ดล่ะคะ”
 ขอบคุณน้องโอปอลล์ครับ โอปอลล์ไม่ได้โง่เลย พี่เบิร์ดก็กินแบบนี้ ชีวิตพี่เลยล่ะ ตื่นเช้ามาไม่มีหรอก ออมเลตไข่กวน เมนูโปรดคือ กะเพราไก่ไข่ดาวสุก เวลาพี่ไปทำงานต่างจังหวัดก็สั่งแบบนี้ ทางโรงแรมคงคิดเหมือนกันว่า โธ่... นึกว่าจะหรู (หัวเราะ)
อย่างมาญี่ปุ่นกับแพรวทริปนี้ เบิร์ดมีโอกาสได้สั่งเมนูบนเครื่องบินล่วงหน้าด้วย พี่เลยขอข้าวกะเพราไก่ไข่ดาว ชอบขนาดนั้น เป็นสไตล์เซเลบฯ อย่างเราจ้ะโอปอลล์ ตื่นนอนก็คิดถึงกระเพราแล้ว

แล้วตื่นนอนเช้านี้ พี่เบิร์ดร้องเพลงหรือยังครับ
ร้องตั้งแต่เช้าแล้ว (ยิ้ม) วอร์มเสียง ไล่โน้ตไปเรื่อยๆ ทำแบบนี้ทุกวัน ตอนนี้เบิร์ดยังเรียนร้องเพลงกับเรียนเต้นทุกวันอังคารกับวันพฤหัสบดี เริ่มจากเข้าคลาสร้องกับ ‘ครูโรจน์’ (รุ่งโรจน์ ดุลลาพันธ์) พักครึ่งชั่วโมงแล้วไปเรียนเต้นกับ ‘ครูอู๋-เปรมจิตต์ (เปรมจิตต์ อำนรรฆมณี)’ ต่อ ไม่ได้ซ้อมเพื่อคอนเสิร์ตนะ แต่เรียนรู้เพิ่มเติม

ระดับ ธงไชย ยังต้องเรียนร้องเพลงอีกหรือครับ
ต้องเรียนตลอดครับ ไม่ใช่เพื่อให้ร้องเพราะ แต่เป็นการดูแลเส้นเสียง กล้ามเนื้อบริเวณนั้นมีขนาดเล็กนิดเดียว เราต้องจับเขาออกกำลังกายและฝึกใช้อย่างถูกวิธี เวลาร้องโน้ตยากๆ จะได้ไม่ต้องบีบหรือตะเบ็งจนคอแตก สมัยก่อนเวลาร้องเสียงสูง เบิร์ดจะใช้วิธีชี้นิ้วขึ้น แล้วบอกตัวเองว่า ฉันจะขึ้นเสียงสูงแล้วนะ แต่พอเรียนเยอะๆ ร่างกายจะรู้และทำได้เองแบบอัตโนมัติ เช่นเดียวกับ การเต้น ถ้าฝึกซ้อมเป็นประจำ สารเคมีในร่างกายจะไม่หยุดนิ่ง ทั้งข้อต่อ ร่างกาย และสมองจะทำงานได้พร้อมกัน พออยู่บนเวที ทุกอย่างก็ง่าย คล้ายๆ เปิดลิ้นชักความทรงจำว่า อ๋อ... เราเคยร้องแบบนี้ ท่าเต้นนี้เป็นอย่างนี้ ถือเป็นการทบทวนกับขยายผลใหม่ๆ

สังเกตว่า ระหว่างที่เราคุยกัน พอได้ยินเพลงในวิทยุ พี่เบิร์ดโยกตัวเปลี่ยนตามสไตล์เพลงด้วย
จริงหรือ ไม่รู้ตัวเลย เบิร์ดว่า เสียงเพลงกลายเป็นความรู้สึกไปแล้ว พอหูได้ยินดนตรีจังหวะหนึ่ง ใจกับตัวก็ไปพร้อมกัน ซึ่งถึงเวลาทำงาน คนออกแบบท่าเต้นจะนำไปใช้ด้วย อย่างเพลง ‘Too Much So Much Very Much’ ทีมChoreograph เป็นฝ่ายออกแบบท่าเต้นให้ทั้งหมด แต่ช่วงโซโล่ เขาดึงการเคลื่อนไหวของเบิร์ดออกมาดีไซน์เป็นท่า ซึ่งครูอู๋เคยบอกว่า ธรรมชาติที่สุดของเบิร์ดคือ เพลงโซล

เรื่องใหม่กิ๊กในปี 2555 ที่ได้เรียนรู้คืออะไรครับ
เรื่องที่ต้องเรียนเพิ่มนี่ละ ใจเราบอกว่า เบิร์ด เรียนเถอะ! ถ้ายังอยากร้องเพลง ทำไมไม่เรียนล่ะ จึงหมั่นถามครูโรจน์ว่า หนนี้มีอะไรยากๆ น้องอู๋มีท่าใหม่ๆ ที่เราไม่เคยเต้นหรือเปล่า และระหว่างอยู่ในห้องเรียน เบิร์ดมองผ่านกระจกที่ตึกแกรมมี่ เห็นคนเดินผ่านไปมาบนถนนก็จะรู้สึกว่า ต้องรักษาเสียงให้ดี สิ่งนี้สำคัญยิ่งกว่าเพชรทอง เพราะทุกคนต้องคาดหวังว่า เวลาฟังเบิร์ดร้องเพลงต้องได้ยินเสียงเพราะตลอด เพราะฉะนั้น เราจะหยุดไม่ได้

ครูทั้งสองคนกล้าดุไหมครับ
ดุสิ ครูโรจน์ชอบบ่นว่า ร้องเสียงดังเกินไป ใครก็ทำได้! ไหนลองเบาสิ โอเค เก่งมากๆ แต่สักพักครูโรจน์ก็เสียงดังเอง
ส่วนครูอู๋ก็เหมือนกัน บอกว่า ความจริงพี่เบิร์ดเต้นได้หมดแล้ว แต่ใจร้อน นี่เพิ่งวันแรกเอง จะรีบเต้น รีบรัวไปไหน แขนอย่าเพิ่ง แค่นี้พอก่อน ใจร้อนนะคะเรา (หัวเราะ)

ถึงวันนี้ ตอนขึ้นเวทีคอนเสิร์ต อะดรีนาลีนยังพุ่งแรงอยู่ไหมครับ
โอ้โฮ... ทะลักถึงชั้น 3 ไม่มีคำว่า ลดลง ไม่เคยชินกับการขึ้นเวที ตื่นเต้นและมีความสุขทุกครั้ง ก่อนขึ้นเวที เบิร์ดจะพนมมือขอพรพระ ขอพรแม่ว่า เบิร์ดจะออกไปให้ความสุขกับทุกคนแล้ว เสียงกรี๊ดที่ดังรออยู่ข้างนอกคือ เสียงศักดิ์สิทธิ์ เพราะถ้าเขาไม่อยากเปล่ง เสียงนั้นคงออกมาเองไม่ได้ มันเป็นสัญญาณบอกว่า เขาอยากเจอเราแล้ว ตอนนั้นละที่อะดรีนาลีนจะหลั่งเต็มที่จนทีมงานต้องจับตัวเบิร์ดไว้ ไม่อย่างนั้นจะกระโดดไม่หยุด อยากออกไปร้องเพลงมาก

เหมือนวัยจะไม่เคยเป็นอุปสรรค ขนพลังมาจากไหนมากมายครับ
พลังไม่มีวันหมดหรอกครับ ถ้าเราไม่ทำให้มันหมดเอง พลังเหล่านี้เกิดจากการคิดบวก อยู่ที่เราว่า จะเลือกคิดบวกหรือลบ ซึ่งเรื่องนี้ต่อให้ไม่ต้องหล่อก็เลือกได้นะ พลังของเบิร์ดมาจากคนดู คนใกล้ชิด คนที่รักกัน พอทุกอย่างผสมรวมกัน พลังจึงไม่เคยหมด

10 กว่า ปี ก่อน พี่เบิร์ดเคยให้สัมภาษณ์กับแพรวว่า ชอบร้องเพลงมากขนาดคิดว่า ไมโครโฟนคือ เมีย เวทีคือ เตียง ส่วนคนดูคอยปรบมือให้มีอะไรกัน วันนี้ยังรู้สึกแบบนั้นไหมครับ
 เคยพูดอย่างนั้นเลยเหรอ แสดงว่า ปากคอจัดจ้านมานานแล้วนะนี่ (หัวเราะกันทั้งวง) วันนี้ ไมค์คงเกินเมียแล้วล่ะ เป็นยิ่งกว่าคนรัก มากกว่าอาวุธ แต่เป็นอวัยวะหนึ่ง ส่วนเวทีกลายเป็นเตียงที่กว้างมาก มีลานบ้านให้วิ่งเล่นด้วย และยังมีคนดูที่น่ารัก มาร่วมวิ่งเล่นและปรบมือให้กำลังใจกันมาตลอด
เบิร์ดไม่เคยอิ่มกับการร้องเพลง ไม่เคยมีวันที่ไม่ถูกกับไมค์ มีแต่พุ่งเข้าหาเหมือนตายอดตายอยาก แต่ไม่ได้ร้องแบบพร่ำเพรื่อ ไม่ค่อยร้องคาราโอเกะ หรือร้องเล่นเพลินๆ แต่ถ้ารู้ว่าต้องเข้าห้องอัดหรือขึ้นเวทีจะมีความสุขมาก อยากร้องดีๆ ให้คนฟังเป็นเรื่องราว เบิร์ดไม่ได้เอ็นเตอร์เทนตัวเองด้วยเสียงร้อง แต่เอ็นเตอร์เทนด้วยการทำงานมากกว่า

พูดถึงเรื่องเพลง ‘อ๊อฟ-ปองศักดิ์’ ฝากถามว่า “ทำอย่างไร งานเพลงของพี่เบิร์ดถึงใหม่และทันสมัยตลอดเวลา”
ขอบคุณครับพี่อ๊อฟ คงไม่ใช่พี่เบิร์ดคนเดียวแน่นอน ต้องขอบคุณทีมงานซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์รักดนตรีเหมือนกัน กับคำถามของอ๊อฟ พี่เบิร์ดว่า อยู่ที่วิธีการคิดมากกว่า เราต้องไม่ปิดกั้นตัวเอง เปิดกว้างรับดนตรีทุกประเภท พี่เบิร์ดเป็นคนให้ความร่วมมือ ทีมงานใส่อะไรมาให้ก็รับหมด
ความจริง อ๊อฟสามารถร้องเพลงแด๊นซ์ของพี่เบิร์ดได้หลายเพลง เพราะอ๊อฟร้องเพลงดีมาก เพลงยากๆของพี่เบิร์ด อ๊อฟร้องแล้วเอาอยู่หมด เพราะอ๊อฟไม่ได้ใช้แค่เสียง แต่ใช้ความรู้สึกเหมือนที่พี่เบิร์ดทำ ตรงนี้ล่ะที่ทำให้ทั้งงานและตัวเรามีความใหม่สดเสมอ

อีกงานที่เราเห็นคือ พากย์เสียงการ์ตูนใน ‘เบิร์ดแลนด์’ ยากไหมครับ
ตอนแรกพี่กังวลเหมือนกันว่า พี่จะทำได้ไหม เพราะเป็นงานพากย์การ์ตูนพี่ไม่เคยทำมาก่อน พออ่านบทก็กลัวจะพากย์ไม่พอดีกับจังหวะของคนอื่น แต่พอได้ฝึกฝนมากขึ้น ก็ทำได้และสนุกมาก ระหว่างทำงานนี้ เหมือนถูกการ์ตูนดูดอายุและโลกความจริงออกไปหมด ได้เข้าไปเที่ยวกับเด็กๆ ในโลกแฟนตาซี สนุกมาก

ได้เรียนรู้อะไรจากงานนี้บ้างครับ
ศาสตร์นี้ลึกซึ้ง ลึกล้ำ และยาก เพราะตอนเห็นภาพเคลื่อนไหวในจอ เราเคยแต่พูดเฉยๆ ไม่ได้ เราต้องจินตนาการตามเรื่องราว ขณะที่เสียงก็ต้องเป็นแบบการ์ตูนที่มีความรู้สึกผสมลงไป ไม่ง่ายเลยครับ แต่เบิร์ดโชคดีที่ได้ทำงานกับทีมงานที่เก่งมากๆ คอยแนะนำจนทุกอย่างออกมาดี พี่ต้องขอบคุณพี่ไก่ (นัยนา ทิพย์ศรี) อย่างมากที่ทั้งสอนและมาดูแลการพากย์ทุกครั้ง เอาใจใส่พวกเราทุกตัวการ์ตูน ขอบคุณครับพี่
เบิร์ดคิดว่า ตอนนี้เบิร์ดแลนด์มีชีวิตขึ้นมาแล้ว เด็กๆ รู้สึกเป็นเพื่อนกับการ์ตูนเรื่องนี้ เป็นพี่เบิร์ดที่น้องๆ จับต้องได้ และที่ดีมากๆคือ ตอนล่าสุดซึ่งเป็นซีรี่ส์ที่ 3 ชื่อว่า ‘ตามรอยพระราชา’ เราอยากบอกเด็กๆว่า ที่ผู้ใหญ่คุยกันว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทำพระราชกรณียกิจมากมาย แต่คำนี้เด็กหลายคนไม่เข้าใจว่า แปลว่าอะไร การ์ตูนเรื่องนี้จึงเป็นเหมือนห้องสมุดที่ชวนเด็กๆ ให้เข้าใจว่า พวกเขาโชคดีได้เกิดมาบนแผ่นดินไทย ซึ่งมีพระราชาที่ทรงดูแลคุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยายคุณพ่อคุณแม่ จนถึงลุงป้าน้าอาของทุกคน และที่ผ่านมา ในหลวงท่านทรงคิดโครงการมากมายเพื่อคนไทย หรือโดยทั่วไปอาจไม่ค่อยมีใครพูดว่า ในหลวงทรงเก่งมาก แต่การ์ตูนเรื่องนี้จะบอกเด็กด้วยภาษาง่ายๆ ว่า ในหลวงทรงเท่ ทรงเก่ง ทรงเป็นนักกีฬาเรือใบ และยังทรงออกแบบและต่อเรือใบด้วยพระองค์เองชื่อว่า ซูปเปอร์มด และไมโครมดด้วย (ยิ้ม)

เป็นขวัญใจเด็กๆ ‘ญาญ่า-อุรัสยา’ จึงอยากรู้ว่า “พี่เบิร์ดมีของเล่นที่เก็บไว้ตั้งแต่เด็กๆ ไหมคะ”
เคยอยากมี แต่ไม่มีครับน้องญาญ่า เพราะตอนนั้นทุนยังน้อย พี่เบิร์ดคิดไม่ออกว่า จะมีของเล่นได้อย่างไร ความสำคัญตอนนั้นคือ เรื่องชีวิตความเป็นอยู่มากกว่า ของเล่นพี่เบิร์ดส่วนใหญ่เป็นการเล่นดินเล่นทราย ผสมดินเล่นเป็นขนมครกบ้าง ปั้นเป็นรูปสัตว์ต่างๆบ้าง ยังมีเอาสาคูมาทำเป็นเค้ก ทุกอย่างรอบตัวเป็นเพื่อนได้หมดเลย  เพราะฉะนั้นกว่าจะมีวันนี้ได้ก็ไม่ง่าย พี่เต๋อ (เรวัต พุทธินันทน์)เคยบอกว่า ชีวิตเบิร์ดเป็นเหมือนตำรา ใครอ่านมากก็สนุกมาก เพราะเบิร์ดทำทุกอย่างจากความรัก อย่างบ้านใบไม้ หรือบ้านที่เชียงราย ก็รีบสร้างเพื่อให้ทันคุณแม่ ซึ่งในที่สุดก็ทันจริงๆ เบิร์ดจึงคิดว่า ความรักทำให้เราสามารถแบกความตั้งใจดีๆ แซงหน้าเวลาได้

ติดตามอ่านฉบับเต็มได้ที่แพรว ฉบับ 785 วันที่ 10 มิถุนายน 2555