บ้านแห่งความรักของณัฐธยาน์ ปางพุฒิพงศ์ Coffee Beans By Dao
ริมแม่น้ำนครไชยศรี บนผืนดินกว่า 40 ไร่ ที่ยังคงไว้ซึ่งความงดงามตามธรรมชาติ สถานที่แห่งนี้คือความผูกพันของครอบครัวปางพุฒิพงศ์
คุณดาว-ณัฐธยาน์ เจ้าของร้านอาหารและเบเกอรี่ชื่อดัง ที่วันนี้มาพร้อมหน้าครอบครัวพาเราเดินชมบริเวณโดยรอบพร้อมเล่าถึงความเป็นมา “ต้องขอบคุณพี่ชาย (นายแพทย์ปานเนตร ปางพุฒิพงศ์) ซึ่งเป็นคุณหมอที่โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) เขามาเจอพื้นที่ตรงนี้และซื้อไว้แปลงเล็กๆ ต่อมาคุณพ่อ (คุณนิเวก ปางพุฒิพงศ์) กับพี่สาว (คุณเล็ก-จันทนา ปางพุฒิพงศ์ เซลบีย์) ได้มาเห็นก็รู้สึกชอบ จึงขอซื้อต่อจากชาวบ้านเพิ่มจนขยายได้ผืนใหญ่ คุณพ่อมองว่า อนาคตอยากให้ลูกหลานมาอยู่ด้วยกัน จึงจัดสรรแบ่งให้ลูกๆ ปลูกบ้านคนละหลัง ซึ่งโปรเจ็กท์ตกแต่ง พี่เล็กเป็นเมนหลัก โดยมีคอนเซ็ปท์สไตล์ว่า Global Influence เนื่องจากพี่เล็กเห็นว่า ครอบครัวเราเดินทางกันบ่อย ไปที่ไหนเห็นข้าวของชิ้นสวย จะซื้อมาตกแต่ง อย่างโคมไฟของตุรกี โต๊ะมาจากพม่า เราก็นำมาจัดวางผสมผสานกัน
“นอกจากพื้นที่บ้านแต่ละหลัง เรายังมีพื้นที่ส่วนกลางคือ คลับเฮาส์ ไว้จัดปาร์ตี้หรือกินข้าวกันเวลาทุกครอบครัวมาพร้อมหน้า ภายในแบ่งเป็นสัดส่วนด้วยห้องรับประทานอาหาร มีมุมนั่งเล่นและพื้นที่ด้านนอกไว้นั่งปาร์ตี้รับลมทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือเวลาจัดงานวันเกิดหรือมีงานสำคัญ เรียกว่าเป็นจุดรวมพล พื้นที่ด้านหลังใกล้กับโรงเรียนนายร้อยตำรวจ วันลอยกระทงมักมีจุดพลุทุกปี เราก็จะแกล้งอำแขกว่า เขาจุดพลุให้เราโดยเฉพาะ เป็นที่ครื้นเครง อย่างงานวันเกิดคุณพ่อ เชิญแขกมากว่าร้อยคน เราก็จะว่าร้านอาหารอร่อยๆ มาจัดเลี้ยง เด็กๆ หลานๆ ชอบมาที่นี่ เพราะมีกิจกรรมให้ทำเยอะ ไหนจะใกล้ฟาร์มจระเข้ แล้วยังมีฟาร์มสุนัขของพี่เล็กอีกด้วย ที่นี่จึงเป็นเสมือนบ้านหลังที่สองของพวกเรา ดิฉันเองตั้งใจไว้ว่า ถ้าเกษียณ คงมาใช้ชีวิตที่นี่” (ยิ้ม)
15 ปี Coffee Beans By Dao
จากวันเริ่มแรกของร้านคอฟฟี่ บีนส์ บาย ดาว หากเปรียบกับเด็กสาว คงปฏิเสธไม่ได้ว่าในวันนี้มีความสวยหวานสะพรั่งพร้อมด้วยคุณสมบัติจนใครๆ อดชมไม่ได้ คุณดาวเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจร้านอาหารด้วยสายตาเปี่ยมสุข “ลูกเป็นแรงบันดาลใจสำคัญเลยค่ะ หลังลาออกจากแอร์โฮสเตสที่การบินไทย เพื่อมาเป็นแม่บ้านเต็มตัวเลี้ยงน้องแชมป์และน้องบูม ช่วงนั้นที่บ้านประสบปัญหาเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง จึงคิดว่าอยู่เฉยไม่ได้ ตอนแรกกะจะกลับไปทำงานที่การบินไทย แต่ห่วงลูกว่าใครจะดู จึงเกิดความคิดเปิดร้านขนม เพราะชอบทำขนมเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อย่างน้อยถ้าเหนื่อยก็มีความสุข
“เริ่มต้นทำเองคนเดียวทุกอย่าง เปิดตำราดูบวกกับฝีมือที่พอทำเป็นบ้าง แล้วให้คนที่บ้าน พี่น้องช่วยลองชิม จำได้ตู้เค้กตู้แรกไปขอพื้นที่ป้าเล็ก ซึ่งเปิดร้านทำผมอยู่ข้างๆ ออฟฟิศคุณพ่อ ตั้งขายไวท์ช็อกโกแลตเค้ก ช็อกโกแลตเค้ก ชีสเค้กและบราวนี่ ก็ได้ลูกค้าจากร้านทำผมมาอุดหนุน ปัจจุบันตู้เค้กนี้ ยังคงตั้งอยู่ที่สาขาเอกมัย ที่ประทับใจคือ ฝรั่งคนหนึ่งไม่ได้เป็นลูกค้าร้านทำผม จู่ๆ เขามาจอดรถหน้าร้าน แล้วซื้อบราวนี่กลับไป วันรุ่งขึ้นกลับมาซื้อใหม่ชมว่าอร่อยมาก ทุกครั้งที่ลูกค้าติชม ดิฉันไม่เคยปล่อยผ่านจะนำมาปรับปรุงเสมอ บางคนซื้อหนังสือทำขนมมาให้ลองทำสูตรใหม่ๆ เป็นความผูกพันและเกื้อกูลที่ทำให้ซาบซึ้งไม่ลืม
“จากตู้เค้กตู้เดียวต่อมาเปิดเป็นร้านอาหารเล็กๆ จนลูกค้าเริ่มรู้จักเรามากขึ้น จึงขอพื้นที่ออฟฟิศคุณพ่อทั้งหมด ตอนเปิดร้านใหม่ๆ ทำเค้กจนแทบไม่ได้นอน ผมหงอกเลยนะคะ มีครั้งหนึ่งทำขนมจนเหนื่อย พอได้เข้าไปนอนกอดลูกจึงเผลอหลับไปทั้งๆ ที่อบขนมทิ้งไว้ มารู้ตัวตื่นอีกทีตกใจมาก เค้กอบแห้งคาเตา โชคดีที่ไฟไม่ไหม้บ้าน วันไหนยุ่งมาก ต้องไปฝากลูกที่ห้องป้าบ้าง ห้องยายบ้าง ส่วนสามี (คุณหมู–อัมพรพิมล วงศ์สงวน) ก็เหนื่อยไม่แพ้กัน เขาช่วยดูเรื่องบัญชี ตอนนั้นระบบคอมพิวเตอร์ต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นล้านบาท ซึ่งเราไม่มีเงินทุนขนาดนั้น โชคดีที่คุณหมูเรียนจบทางนี้ จึงเขียนโปรแกรมเอง แล้วยังช่วยดูแลลูกค้า ตอนกลางคืนก็ช่วยล้างจานอีก ทุกอย่างเริ่มจากโฮมเมดหมด
“ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้เมนูขายดีติดอันดับ คือ ไวท์ช็อกโกแลตชีสเค้ก, เบบี้แชมป์ ชีสเค้ก, สตรอเบอร์รี่เบบี้บูมเค้ก, เบบี้เบลช็อคโกแล็ตเค้ก ซึ่งใช้ชื่อลูกมาตั้ง ตอนเขายังเด็กจะชอบมาถามอยู่เรื่อยว่าอะไรขายดีกว่ากัน” (ยิ้ม)
ก้าวสู่ความสำเร็จ
“ธุรกิจเราเริ่มจากติดลบกระทั่งมีพนักงาน 400 ชีวิต เข้ามาร่วมเป็นครอบครัว คอฟฟี่ บีนส์ บาย ดาว 6 สาขา และกำลังจะขยายอีก 2 สาขา ที่คริสตัล พาร์ค ปลายปี และเซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ในอนาคต หลักการบริหารซึ่งทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ต้องมาจากความจริงใจและความรัก “ความซื่อสัตย์ที่มีให้ลูกค้าและ คุณภาพของอาหารคือสิ่งสำคัญ ครัวที่ลูกค้าได้รับประทานคือ ครัวเดียวกับที่ดิฉันทำให้คุณพ่อ คุณแม่รับประทาน ลูกค้าสามารถสัมผัสได้ถึงสิ่งที่ทำด้วยความใส่ใจและตั้งใจ ทำให้เรามีลูกค้าเก่าแก่ตั้งแต่วันแรก และยังเป็นลูกค้า เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันจนถึงปัจจุบัน” คุณดาวกล่าว
“การทำธุรกิจอะไรสักอย่างต้องรู้จริง หากย้อนคิดไป การที่เริ่มทุกอย่างด้วยตัวเองถือเป็นเรื่องดี ตอนนี้แค่หลับตาก็เห็นปัญหาได้หมด แม้แต่ละสาขาจะมีญาติมาช่วยดู แต่ก็ยังคงต้องเข้าไปตรวจความเรียบร้อย ถ้าใครได้เข้าไปเห็นห้องทำงานอาจตกใจเพราะมีกล้องวงจรปิดเต็มไปหมด ไว้ตรวจเช็คทุกสาขาแม้แต่ที่สิงค์โปร์ บางสาขาพนักงานไม่เรียบร้อย จะโทรศัพท์เข้าไปเลย เขาก็ตกใจกันใหญ่
“สำหรับสาขาสิงค์โปร์ใช้ชื่อ Coffee Stars by Dao ตั้งอยู่ห้างวิสม่า แอเทรีย (Wisma Atria) ถนนออร์ชาร์ด ที่ตัดสินใจลองเปิดเพราะอยู่ใกล้และเป็นประเทศเซียนเหยียบเมฆ กฎหมายเขาแรงมาก ถ้าทำแล้วอยู่รอด แสดงว่าไปได้หมดทุกที่ในโลก ปรากฏว่าผลตอบรับดี ลูกค้าชอบอาหารเราและได้รับคำชมจากสถานทูตไทยว่ารสชาติเป็นไทยจริงๆ เพราะเราอิมพอร์ตพ่อครัว แม่ครัวของเราไปเอง เมนูขายดีคือ ข้าวซอยและขนมจีนน้ำยาปู ซึ่งมีความเป็นเครื่องแกงคล้ายอาหารของเขา ส่วนขนมคือ เค้กทุเรียน เค้กมะพร้าวอ่อนและไวท์ช็อกโกแลตชีสเค้ก
“ทั้งหมดของชีวิตผ่านมาได้แค่นี้ ก็ดีใจแล้ว ทุกก้าวที่เดินไปหาความสำเร็จ ให้คิดเป็นความสุขที่เราจะเก็บเกี่ยวได้เรื่อยๆ ทำให้ไม่เครียด ยึดหลักพระพุทธศาสนาในการรับมือกับปัญหา ไม่ยึดติด รู้ให้อภัย ปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ ตอนนี้ก็เริ่มมองว่าจะให้ใครมาช่วยดูแล เพราะลูกๆ ยังเรียนอยู่ ในอนาคตถ้าพวกเขาจะไม่สานต่อ คงไม่เป็นไร เพราะคนจะทำงานนี้ได้ ต้องมีใจรักจริงๆ”
แชมป์ บูม เบล ลูกสุดรัก หนึ่งในกำลังใจสำคัญ
“ลูกชายคนโต แชมป์-ธนพนธ์ ลูกสาวคนกลาง บูม-ธนวรรณ และลูกสาวคนเล็ก เบลล์-ธนาภา สามคนสามแบบ แชมป์นิ่งๆ ส่วนบูมเป็นเด็กไฮเปอร์ชอบทำกิจกรรม เบลล์ช่างแต่งตัวรักสวยรักงาม แต่ทุกคนมีความรับผิดชอบ เป็นเด็กดีตั้งใจเรียน ดิฉันเชื่อว่าสิ่งสำคัญอยู่ที่การเลี้ยงดู เราต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ดิฉันเลี้ยงลูกไม่เคยบังคับ อยากเรียนหรือทำกิจกรรมอะไรตามใจหมด ตอนนี้แชมป์กำลังจะไปเรียนต่อด้านสถาปัตยกรรมที่ AA Architectural Association ลอนดอน ส่วนบูมเรียนที่โรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์ เกรด 12 และมีความตั้งใจจะสอบเข้าเรียนแพทย์ แต่ระหว่างนี้เขาก็ขอลองทำในสิ่งที่เขาชอบคือ การร้องเพลง เป็นศิลปินวง AB QUEEN”
จากทายาทร้านอาหารชื่อดัง สู่นักร้องค่ายกามิกาเซ่
บูมซึ่งนั่งอยู่ใกล้คุณแม่เล่าถึงจุดเริ่มต้นการเข้าสู่วงการ “ช่วงปิดเทอมประมาณปีที่แล้ว มีกิจกรรม 321check it are ซึ่งคุณครูเห็นบูมชอบร้องเพลงและเต้น จึงชวนไปเข้าประกวด ทำให้ได้เจอพี่ทีมงานฝ่ายแคสติ้งของกามิกาเซ่ หลังจากนั้นทางค่ายก็ติดต่อมา ให้เข้าไปฝึกร้องและเต้นเพิ่มเติมเพื่อเป็นศิลปินเดี่ยว ซ้อมอยู่ประมาณ 6-7 เดือน ทางค่ายคงเห็นบูมกับเอพริล ศิลปินอีกคนเข้าขากันดีเวลาเข้าคลาสเรียนด้วยกัน จึงเกิดเป็นอัลบั้มคู่ดูโอ้ AB QUEEN ซึ่งเพลงเป็นแนวป็อบสดใส
“ตอนนี้เลิกเรียนที่แฮร์โรว์ประมาณบ่ายสามต้องไปซ้อมต่อบางวันถึง 3 ทุ่ม ที่บ้านก็เป็นห่วงกลัวจะหนักไปสำหรับบูม แต่บูมบอกคุณแม่ไปว่าในเมื่อมีโอกาส ก็อยากลองดูสักครั้ง ช่วงไหนสอบจะแจ้งกับทางค่ายไว้ก่อน ซึ่งเขาก็ให้เวลาพักเตรียมตัวเต็มที่”
คุณดาวเล่าถึงลูกสาวคนเก่ง “บ้านนี้จะประหลาดกว่าบ้านอื่นนะคะ แม่ไม่เคยผลักดัน มีแต่ลูกที่ผลักดันแม่มากกว่า บูมเป็นเด็กที่ช่วยเหลือตัวเองได้ตั้งแต่เล็ก จะเรียนพิเศษ ก็ไปติดต่อเอง มีแค่มาขอเบิกเงินไปจ่ายค่าเรียน ตอนที่บูมมาบอกว่าจะเป็นศิลปิน ก็แอบห่วงบ้าง แต่ลึกๆ มั่นใจ เพราะเขาเป็นเด็กทำอะไรตามที่พูดและมีความรับผิดชอบสูง ก็สอนไปว่าการเป็นศิลปินที่ดี ไม่ได้อยู่แค่เสียงร้อง แต่ต้องเป็นแม่แบบที่ดีให้เยาวชนและกลุ่มแฟนคลับด้วย”
คนเป็นแม่เมื่อเห็นครอบครัวและลูกๆ มีความสุข ทุกคนสุขภาพแข็งแรง แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว