 |
บนถนนดินลูกรัง แสงไฟสองดวงวิ่งชนกันพร้อมเสียงโครมดังสนั่น เมื่อทุกสรรพสิ่งเงียบงัน หนึ่งชีวิตก็ดับสูญ ก่อนฟ้าสาง ที่อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก เสียงร้องของเด็กอ่อนปลุกสมาชิกทั้งครอบครัว สมพรรีบลุกขึ้นมาอุ้มลูกชายวัย 6 เดือน ที่ร้องไห้หิวนม สักพักสามี ลูกสาวคนโตวัย 13 ขวบ และลูกชายคนกลางวัย 11 ขวบ ตามมานั่งห้อมล้อมน้องคนเล็กด้วยความรัก เช้าวันใหม่เริ่มต้น สามีของสมพรออกไปรับจ้างก่อสร้าง ส่วนตัวเธอรับหน้าที่แม่บ้านดูแลลูกทั้งสามคน แม้ฐานะความเป็นอยู่ยากจน ต้องอาศัยบ้านญาติซุกหัวนอน แต่สมาชิกในครอบครัวก็อยู่ร่วมกันด้วยความรัก ดัชนีความสุขจึงสวนทางกับจำนวนเงินทอง กระทั่งวันหนึ่งที่รอยยิ้มนั้นได้จางหายไปจากครอบครัว เวลาพลบค่ำ สามีของสมพรขี่มอเตอร์ไซคล์ออกไปรับงานจากหัวหน้าโดยมีลูกชายคนกลางนั่งซ้อนท้ายไปด้วย มาถึงกลางทาง จู่ๆ มีรถมอเตอร์ไซคล์อีกคันวิ่งแซงขึ้นมาแล้วเกิดเสียหลักชนรถของสองพ่อลูกจนล้มคว่ำไปด้วยกัน ที่โหดร้ายกว่านั้นคือ มีรถหกล้อวิ่งฝ่าความมืดมาด้วยความเร็วและพุ่งเข้าบดขยี้ซ้ำ สามีของสมพรเสียชีวิตคาที่ ส่วนเด็กน้อยและเจ้าของรถมอเตอร์ไซคล์คันต้นเหตุถูกนำส่งโรงพยาบาลและรอดชีวิตอย่างฉิวเฉียด หน้าห้องไอซียู สมพรยืนร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด มือข้างหนึ่งโอบไหล่ลูกสาว ส่วนอีกข้างอุ้มลูกคนเล็กที่ยังไม่ทันเรียกพ่อได้ หัวใจของเธอเหมือนถูกทุบจนแหลกสลาย สมองตีบตันคิดไม่ออกว่า ต่อจากนี้จะนำพาครอบครัวไปยังทิศทางใด เคราะห์ดีที่อาการของลูกชายพ้นขีดอันตราย แต่ต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลนานหลายเดือน
หลายวันต่อมา สมพรตื่นนอนเร็วกว่าเคย ปลุกลูกสาวไปเรียนหนังสือ จากนั้นเปลี่ยนชุดทำงาน อุ้มลูกชายคนเล็กออกไปรับจ้างทำนาตั้งแต่เช้าตรู่ นับจากนี้เธอต้องแบกรับภาระทั้งหมดของครอบครัว ตั้งแต่งานบ้าน ดูแลลูก และทำงานเลี้ยงปากท้องทุกคน ทั้งที่ในหัวใจยังบอบช้ำและไร้เรี่ยวแรง แต่ถ้ายอมแพ้โชคชะตาอันโหดร้าย อีกสามชีวิตน้อยๆ จะพลอยย่ำแย่ไปด้วย บนผืนนาร้อนระอุ หยาดเหงื่อของสมพรไหลเปื้อนหน้าพร้อมหยดน้ำตา
|
|
 |
|
 |
 |
สามีของสมพรขี่มอเตอร์ไซคล์ออกไปรับงานจากหัวหน้าโดยมีลูกชายคนกลางนั่งซ้อนท้ายไปด้วย มาถึงกลางทาง จู่ๆ มีรถมอเตอร์ไซคล์อีกคันวิ่งแซงขึ้นมาแล้วเกิดเสียหลักชนรถของสองพ่อลูกจนล้มคว่ำ ที่ร้ายกว่านั้นคือ มีรถหกล้อวิ่งฝ่าความมืดมาด้วยความเร็วและพุ่งเข้าบดขยี้ซ้ำ
ถึงวันนี้ เหตุการณ์ร้ายผ่านมาราว 3 เดือน คดีความยังอยู่ในขั้นดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลูกชายคนกลางของสมพรมีอาการดีขึ้น แต่ปัญหาใหม่คือสภาพความเป็นอยู่ที่แร้นแค้น แม้สมพรจะทำงานหนัก แต่เงินสำรองของครอบครัวก็ไม่เหลือติดบ้าน ทุกชีวิตจึงอยู่ในภาวะวิกฤตขึ้นทุกที มูลนิธิศรัทธาชนเพื่อการศึกษาและเด็กกำพร้าให้ความช่วยเหลือครอบครัวของสมพรในเบื้องต้น ด้วยการมอบเงินให้เดือนละ 700 บาท เช่นเดียวกับอีก 320 ครอบครัวในกรุงเทพฯ และจังหวัดปริมณฑลที่อยู่ในโครงการของมูลนิธิ มูลนิธิศรัทธาชนเพื่อการศึกษาและเด็กกำพร้า ชวนผู้ใจบุญร่วมบริจาคสมทบทุนได้ที่บัญชีกระแสรายวัน ชื่อบัญชี มูลนิธิศรัทธาชนเพื่อการศึกษาและเด็กกำพร้า ธนาคารกรุงเทพฯ สาขาลาดพร้าว 99 เลขที่บัญชี 181-3-090147 หรือโทรศัพท์สอบถามที่หมายเลข 0-2934-3495
|
|
 |
|
| |
 |
ตั้งแต่วาระครบรอบ 25 ปี (พ.ศ.2546) เป็นต้นมา แพรวได้เริ่มโครงการแพรวแชริตี้เพื่อรณรงค์หาเงินช่วยเหลือผู้ยากไร้และประสบความสำเร็จด้วยดีเสมอมา ปีนี้นิตยสารแพรวยังคงสานต่อผ่านคอลัมน์แพรวแชริตี้ โครงการที่ 4 ด้วยการเชิญผู้อ่านร่วมบริจาคโดยมีเป้าหมายว่า ท่านบริจาคเงินจำนวนเท่าไร แพรวจะสมทบให้เท่านั้น เมื่อรวบรวมได้เป็นก้อนใหญ่จะนำไปบริจาคให้กับ ศูนย์ทางเลือกการเรียนรู้สู่การพัฒนาและป้องกันชีวิตเด็กบ้านนานา สถานสงเคราะห์เด็กอ่อน รังสิต มูลนิธิช่วยเหลือเด็ก จ.ขอนแก่น สถานสงเคราะห์คนไข้โรคจิตทุเลาหญิงบ้านกึ่งวิถี วัดพระบาทน้ำพุ และ เกาะสุนัข พุทธมณฑล
วิธีบริจาคเงินเข้ากองทุนแพรวแชริตี้ 1. ฝากหรือนำเงินเข้าบัญชีชื่อ “บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) โครงการแพรวแชริตี้” • ธนาคารกสิกรไทย สาขาบางยี่ขัน บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ เลขที่ 047-2-93300-0 • ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางลำพู บัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์ เลขที่ 116-4-06089-7 2. บริจาคผ่านธนาณัติ/ตั๋วแลกเงิน • ธนาณัติสั่งจ่าย ปณจ. บางกอกน้อย ในนาม “โครงการแพรวแชริตี้” (ระบุเลขที่ธนาณัติ) • ตั๋วแลกเงิน สั่งจ่ายในนาม “โครงการแพรวแชริตี้” สอบถามรายละเอียดโทร. 02-422-9999 ต่อ 4300
|
|
 |
|
|