EDITOR TALK
ลลิตา- นรบดี ศศิประภา 12 Years of love
Praew Magazine

ลลิตา- นรบดี ศศิประภา 12 Years of love

Jul 06, 2013 0:00 AM

ไม่ว่านิยามความรักของคุณจะเป็นอย่างไร แต่เมื่อถูกลิขิตให้ต้องมาใช้ชีวิตร่วมกับใครคนหนึ่งแล้ว การปรับตัวเป็นเรื่องสำคัญ เช่นเดียวกับคู่หมิว-ก้อง



เรื่อง : อภิญญา ภาพ : รัฐพล

ไม่ว่านิยามความรักของคุณจะเป็นอย่างไร แต่เมื่อถูกลิขิตให้ต้องมาใช้ชีวิตร่วมกับใครคนหนึ่งแล้ว การปรับตัวเป็นเรื่องสำคัญ เช่นเดียวกับคู่หมิว-ก้อง หลังจากเคยให้สัมภาษณ์กับแพรวเมื่อหลายปีก่อน เจอกันคราวนี้ดีกรีความรัก ความสัมพันธ์ และความน่ารักของทั้งคู่ไม่ได้ลดลง กลับยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ แม้เวลาจะผ่านมานานถึง 12 ปี ลูกชายแพลงต้อน-อีตั้นเข้าสู่วัยน่ารักน่าหยิกแล้วก็ตาม

อัพเดทเรื่องของสองหนุ่มให้ฟังหน่อยนะคะ
หมิวตั้งใจเล่าด้วยสุ้มเสียงเป็นปลื้ม “ตอนนี้แพลงต้อนอายุ 12 ปี แล้วค่ะ กำลังขึ้นม.1 เริ่มติดโทรศัพท์ และโซเชียลเน็ตเวิร์ค ชอบดูฟุตบอล ชอบดูหนัง ขณะที่อีตั้นอยู่ป.4 ยังชอบดูการ์ตูน ชอบว่ายน้ำ ตีกลอง มีจินตนาการของตัวเอง ก่อนหน้านี้หมิวเคยให้ไปเรียนอูคูเลเล่ประมาณหนึ่งปีแล้วไม่ค่อยเวิร์คจึงตั้งใจจะไม่บังคับ แล้วแต่เขาว่าสนใจอะไร แค่เรื่องเรียนหนังสือเท่านั้นที่ขอให้ตั้งใจ" 

คุณพ่อก้องรับช่วงต่อ “ผมพยายามสอนลูกว่าที่เขาเรียนโรงเรียนอินเตอร์ฯ จะได้เปรียบคนอื่นๆ ในเรื่องภาษา เพราะตอนนี้มหาวิทยาลัยมีสอนทั้งสองภาษา หรือถ้าลูกไปเรียนต่อต่างประเทศ พื้นฐานที่ดีจะช่วยได้เยอะ ผมบอกลูกว่า ถ้าผมเป็นเขาจะตั้งใจเรียนมากๆ เพราะสมัยเด็กผมไม่ตั้งใจเรียนหนังสือ บางทีลูกมาถามการบ้าน ผมก็พูดกับเขาตรงๆ ว่าพ่อสอนลูกไม่ได้ ไปถามคุณครูนะ แล้วใช้วิธีอ่านหนังสือมีสาระ พวกความรู้รอบตัวกับลูกแทน" 

หมิวแจงยาว “อีตั้นไม่ค่อยดื้อ อาจเพราะยังเด็ก แต่แพลงต้อนเริ่มโต เริ่มมีความคิดเป็นของตัวเองก็จะมีเถียงบ้าง เราจึงต้องมีเหตุผลมากขึ้น แต่บางทียอมรับว่าใช้อารมณ์เหมือนกัน เพราะเขาขัดเราไปหมดทุกเรื่อง ไม่เหมือนเมื่อก่อน ดีที่ทั้งสองคนยังติดแม่อยู่ ยังนอนกับเราทุกคืน คลุกคลีกันตลอด เดี๋ยวตีกัน เดี๋ยวรักกัน อย่างแพลงต้อนก่อนนอนจะชอบมาเล่นเกมทายชื่อนักฟุตบอลกับหมิว (ก้องหัวเราะ) ซึ่งเราไม่รู้หรอกว่าชาติไหนเป็นชาติไหน ก็เดาแบบถูๆ ไถๆ ไป แค่นี้ก็สนุกแล้ว" 

ล่าสุดแพลงต้อนเริ่มขอว่า อยากมีห้องส่วนตัว แต่เรายังไม่จัดให้ เพราะอยากยืดระยะเวลาอยู่ด้วยกันก่อนที่เขาจะโตกว่านี้ ช่วงนี้เขาคุยโทรศัพท์เยอะ ถึงขนาดขอไปนอนห้องรับแขก ก็เข้าใจว่าอยากจะส่วนตัวบ้างอะไรบ้าง ถ้าอยากลำบากนอนตากยุงขนาดนั้น ก็ตามใจเขา แต่ยอมให้เฉพาะศุกร์-เสาร์ นอกนั้นต้องนอนด้วยกัน

แสดงว่าเริ่มมีเรื่องสาวๆ แล้วหรือคะ
หมิวขำ “นิดๆ หน่อยๆ ยังไม่ลึกซึ้ง”

ก้องแซว “หมิวเขาชอบแอบสืบเรื่องสาวๆ ทั้งที่จริงไม่ได้มีอะไรมากมาย คงคุยกับเพื่อนตามประสาเด็ก แต่หมิวชอบคิดมาก”

หมิวเถียงทันควัน “ก็คุยเยอะไป อยู่บ้านต้องคุยกับแม่สิ จะมาคุยกับสาวเยอะไม่ได้ แล้วยิ่งพอเขาโตขึ้น เริ่มมีโลกส่วนตัวที่ไม่อยากให้เรารู้ ก็ต้องใช้วิธีแอบสืบ พูดให้ลึกลับไปอย่างนั้นเอง ความจริงถ้าไปโรงเรียนก็รู้แล้วว่าลูกคบเพื่อนคนไหน อย่างไร" 

ก้องเสริม “หมิวเขาไปรับไปส่งลูกเสมอ เพิ่งรู้ว่าที่ไปนี่เพราะอยากแอบดูลูก” (ก้องหันไปแซวซึ่งหน้า)

หมิวรีบชี้แจง “แค่อยากดูว่าเป็นอย่างไรบ้าง เพราะถ้าแพลงต้อนโตกว่านี้คงไม่ได้ไปรับ-ส่งที่โรงเรียนแล้ว ตอนนี้ยังใช้โควต้าของอีตั้นได้ เวลาไปโรงเรียนหมิวเลยอยู่กับอีตั้นมากกว่า ไปดูเขาว่ายน้ำ ส่วนแพลงต้อนจะอยู่กับกลุ่มเพื่อนๆ มีครั้งหนึ่งหมิวไม่ได้ไปรับเอง เพราะทำงานอยู่ต่างจังหวัด ให้คนที่บ้านไปรับแทน วันนั้นอีตั้นทำตัวเป็นหนอนบ่อนไส้โทรศัพท์มาหา (หมิวทำเสียงเล็กเลียนแบบลูกชายคนเล็ก) “แม่ๆ พี่ต้อนไปบ้านเพื่อน เขาทิ้งโทรศัพท์ไว้กับน้องแล้วน้องไม่รู้รหัสเปิดเครื่องด้วย” หมิวถามกลับไปว่าไม่รู้รหัสแล้วโทรมาหาแม่ได้ไง “อ๋อ น้องก็พอจะจำได้” ตลกดี แต่ตอนนั้นเราตกใจนะว่าออกไปได้อย่างไร ผิดกฎโรงเรียน เพราะจริงๆ แล้วต้องเป็นผู้ปกครองมารับเท่านั้น จึงเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย ไม่รู้ว่าไปบ้านไหน มีใครดูแลหรือเปล่า ถ้าเกิดอุบัติเหตุใครจะช่วยเขา พอหมิวกลับมาจึงทำโทษ และยึดโทรศัพท์ เพื่อให้เขารู้ว่าสิ่งที่ทำนั้นไม่ถูกต้อง
เรื่องนี้ก้องเห็นด้วยกับหมิว “เมื่อก่อนเราทำโทษด้วยการให้ยืนเข้ามุม แต่ส่วนมากเวลาหมิวทำโทษยังไม่ทันได้เข้ามุมหรอก มือชิงตีไปก่อนแล้ว 1 เพียะ แล้วยิ่งตอนนี้แพลงต้อนเริ่มมีเหตุผลมากขึ้น เขาจะไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำโทษเขา แม้เหตุผลเหล่านั้นจะเข้าข้างตัวเองหมดก็ตาม (หัวเราะ)

หมิวอธิบายต่อ “เวลาตีลูกคือภาวะที่เรารู้สึกสุดๆ จริงๆ อย่างเมื่ออาทิตย์ที่แล้วแพลงต้อนขอไปบ้านเพื่อน แต่อีกไม่กี่อาทิตย์จะปิดเทอมแล้ว หมิวจึงบอกว่าไปตอนปิดเทอมดีกว่า เดี๋ยวแม่ไปส่ง หรือจะให้เพื่อนมาที่บ้านก็ได้ไม่ว่า แต่วันนั้นเขาจะต้องไปบ้านเพื่อนคนนี้ให้ได้ หมิวพยายามพูดด้วยเหตุผลก็แล้ว ดุก็แล้ว ยังดื้อจะไป เลยปี๊ด ตีไปหนึ่งที

ติดตามอ่านเรื่องราวของครอบครัวศศิประภาต่อได้ที่นิตยสารแพรวฉบับ 812 วันที่ 25 มิถุนายน 2556 คอลัมน์สัมภาษณ์


Tag : นรบดี ศศิประภา, ลลิตา ศศิประภา, หมิว, สัมภาษณ์, แพรว, โซเชียลเน็ตเวิร์ค
share

OTHER STORY

pee-mak-teams-ฟรอยด์-เผือก-เชน-บอมบ์-
Jun 15, 2013 0:00 AM
Pee Mak Teams ฟรอยด์+เผือก+เชน+บอมบ์
ญาญ่า-หญิง-“ท็อปเลส-จูบจริง-ถ้าบทดี-เปลือยเลยก็ได้”-
Aug 12, 2012 0:00 AM
ญาญ่า หญิง “ท็อปเลส จูบจริง ถ้าบทดี เปลือยเลยก็ได้”
ชนม์ทิดา-อัศวเหม-โลกสวยด้วย-‘เพลง’-
May 31, 2013 0:00 AM
ชนม์ทิดา อัศวเหม โลกสวยด้วย ‘เพลง’
รักที่ลงล็อคของ---บุญชัย-เบญจรงคกุล
Apr 24, 2013 0:00 AM
รักที่ลงล็อคของ...บุญชัย เบญจรงคกุล
เพลงรักและความรักของไบรท์
Feb 13, 2013 0:00 AM
เพลงรักและความรักของไบรท์